บทความน่ารู้

การนำแนวคิดการวางผังสู่การออกแบบชุมชนเมือง

Posted at ่16 ตุลาคม 2013 | By : | Categories : บทความน่ารู้ | 0 Comment

บทความเรื่อง : การนำแนวคิดการวางผังสู่การออกแบบชุมชนเมือง

โดย ฐาปนา บุณยประวิตร

การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth)  และลัทธิชุมชนเมืองยุคใหม่ (New Urbanism)  เป็นแนวคิดที่บูรณาการเทคนิคการออกแบบเมืองอย่างยั่งยืนกับความต้องการประชาชนเข้าไว้ด้วยกัน  โดยการแปรความมุ่งหวังและแนวทางการออกแบบให้เป็นเกณฑ์หลัก (Core Principles)  ดังนั้น  ทุกยุทธศาสตร์ นโยบาย มาตรการ และข้อกำหนดที่ได้จากแนวคิดทั้งสองจึงสามารถปรับเปลี่ยนไปมาระหว่าง “เกณฑ์” และ “แนวทางการออกแบบ” ได้ตลอดเวลา  นักผังเมืองหรือผู้บริหารเมืองที่นำสองแนวคิดไปใช้ประโยชน์จึงจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจ “เกณฑ์” ที่กำหนดไว้ให้ถ่องแท้  ความในข้อนี้หมายถึงว่า  เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้มีการประกาศเกณฑ์ข้อหนึ่งข้อใดหรือประกาศเกณฑ์หลายข้อไป  เมื่อนั้นผู้ประกาศจะต้องทราบแนวทางในการออกแบบซึ่งเป็นขั้นตอนการปฏิบัติต่อจากนั้นอย่างชัดเจนแล้ว


592299090

ภาพความสำเร็จการวางผังชุมชนแบบกระชับ ชุมชนมีขอบเขตชัดเจน ไม่รุกล้ำพื้นที่เกษตรกรรม

ที่มา : ภาพจาก PlaceSkers and NewMakers

 

เนื่องจากแนวคิดได้กำหนดเกณฑ์หลักไว้เป็นแนวทางกลาง  ดังนั้น  จึงสามารถนำแนวคิดเพื่อประยุกต์ใช้ในการวางผังพัฒนาเมืองได้ทั้ง 2 ระดับ ได้แก่

1.  การใช้เกณฑ์สำหรับการกำหนดเป้าหมายในยุทธศาสตร์เมืองและภาค  ซึ่งสามารถนำเกณฑ์หลักทั้งหมดไปใช้พรอ้มกันหรือเลือกเฉพาะบางเกณฑ์หลักที่มีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่  เช่น การวางยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่ตามกลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ซึ่งสามารถนำเกณฑ์หลักทั้งหมดไปประยุกต์ใช้  หรือ การวางยุทธศาสตร์เมืองประหยัดพลังงานหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งอาจจะนำเฉพาะกลยุทธ์ของ LEED ND ไปใช้เพียงอย่างดียวก็ได้

2.  การใช้เกณฑ์สำหรับการออกแบบทางกายภาพโดยใช้เป็นแนวทางกำกับการออกแบบตามหลักวิชาการออกแบบชุมชนเมือง (Urban Design) เช่น  การออกแบบถนนสมบูรณ์ (Complete Streets) ในบริเวณใจกลางเมือง  หรือการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูกายภาพย่านพาณิชยกรรมซึ่งอาจจะนำเฉพาะ Form-Based Codes ไปใช้เพียงกลยุทธ์เดียวก็ได้

ทั้งนี้  เกณฑ์การวางผังและออกแบบกายภาพเมืองจาก 2 แนวคิดที่กำหนดไว้ในความหมายเดียวกัน ประกอบด้วย

1.  การใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสาน

2.  การออกแบบอาคารและชุมชนในลักษณะกลุ่มแบบกระชับ

3.  การออกแบบเชื่อมต่อระหว่างอาคาร และย่านด้วยทางเดิน

4.  การวางผังและออกแบบอาคารพักอาศัยที่ประชาชนทุกระดับสามารถชื้อหาได้ในเขตชุมชน

5.  การวางผังและออกแบบให้เกิดทางเลือกการเดินทางที่มีความหลากหลายโดยใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นธงนำในการออกแบบ


5922915e5

ภาพการออกแบบระบบถนนตามแนวทางถนนแบบสมบูรณ์ (Complete Streets)

ที่มา: Santa Cruz, California


ในการนำเกณฑ์และแนวทางการออกแบบไปสู่การปฏิบัติ  โดยปกติให้ดำเนินการด้วย 4 ขั้นตอนดังนี้

1.  การให้ความรู้ปรัชญาของแนวคิดทั้งสองกับประชาชน  และให้ประชาชนเป็นผู้ร่วมผลักดันแนวคิดสู่การปฏิบัติ

2.  ร่วมกับประชาชนสร้างยุทธศาสตร์การพัฒนา ทั้งในระดับเมืองหรือระดับภาค

3.  ร่วมกับประชาชนกำหนดศูนย์การพัฒนา เช่น ศูนย์ชุมชนหรือศูนย์พาณิชยกรรมระดับต่างๆ และร่วมกันวางโครงสร้างพื้นฐานเมือง  พร้อมระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก

4.  การนำเกณฑ์การวางผังและออกแบบกายภาพเมืองทั้ง 5 ข้อเข้าสู่กระบวนการออกแบบชุมชนเมือง  และสร้างแบบจำลองเมืองตามเกณฑการวางผัง

5.  การสร้างแบบจำลองการปฏิบัติงานเพื่อหาวิธีปฏิบัติที่ดี (Best Practice) และการสร้างดัชนีชี้วัดความสำเร็จในแต่ละขั้นตอนการวางผังและออกแบบ

6.  การสร้างระบบบริหารจัดการที่มีศักยภาพในการบูรณาการแนวคิด คน งบประมาณ และสภาพแวดล้อม


กล่าวโดยสรุป 

แนวคิดการเติบโตอย่างชาญฉลาดและลัทธิชุมชนเมืองยุคใหม่  เป็นทั้งปรัชญา เกณฑ์  และแนวทางการปฏิบัติที่เป็นวิทยาศาสตร์  สามารถทดสอบกระบวนการซ้ำ  ทำขึ้นใหม่  และตรวจวัดได้ในทุกขั้นตอน  โดยใช้ความสำเร็จด้านเศรษฐกิจ  ด้านความยั่งยืนในการใช้ทรัพยากร  ด้านความมั่นคงของสังคมและสภาพแวดล้อมเป็นเครื่องชี้วัด  ซึ่งประชาชนในฐานะผู้เริ่มต้นสร้างยุทธศาสตร์จะเป็นผู้ประเมินและตัดสินความล้มเหลวหรือความสำเร็จนั้นๆ


ชมวีดีโอ  New Urbanism in White Flint

ที่มา : http://www.oknation.net/blog/smartgrowth/2012/10/25/entry-1