Author Archive

  • การนำแนวคิดการวางผังสู่การออกแบบชุมชนเมือง

    บทความเรื่อง : การนำแนวคิดการวางผังสู่การออกแบบชุมชนเมือง โดย ฐาปนา บุณยประวิตร การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth)  และลัทธิชุมชนเมืองยุคใหม่ (New Urbanism)  เป็นแนวคิดที่บูรณาการเทคนิคการออกแบบเมืองอย่างยั่งยืนกับความต้องการประชาชนเข้าไว้ด้วยกัน  โดยการแปรความมุ่งหวังและแนวทางการออกแบบให้เป็นเกณฑ์หลัก (Core Principles)  ดังนั้น  ทุกยุทธศาสตร์ นโยบาย มาตรการ และข้อกำหนดที่ได้จากแนวคิดทั้งสองจึงสามารถปรับเปลี่ยนไปมาระหว่าง “เกณฑ์” และ “แนวทางการออกแบบ” ได้ตลอดเวลา  นักผังเมืองหรือผู้บริหารเมืองที่นำสองแนวคิดไปใช้ประโยชน์จึงจำเป็นจะต้องทำความเข้าใจ “เกณฑ์” ที่กำหนดไว้ให้ถ่องแท้  ความในข้อนี้หมายถึงว่า  เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้มีการประกาศเกณฑ์ข้อหนึ่งข้อใดหรือประกาศเกณฑ์หลายข้อไป  เมื่อนั้นผู้ประกาศจะต้องทราบแนวทางในการออกแบบซึ่งเป็นขั้นตอนการปฏิบัติต่อจากนั้นอย่างชัดเจนแล้ว ภาพความสำเร็จการวางผังชุมชนแบบกระชับ ชุมชนมีขอบเขตชัดเจน ไม่รุกล้ำพื้นที่เกษตรกรรม ที่มา : ภาพจาก PlaceSkers and NewMakers   เนื่องจากแนวคิดได้กำหนดเกณฑ์หลักไว้เป็นแนวทางกลาง  ดังนั้น  จึงสามารถนำแนวคิดเพื่อประยุกต์ใช้ในการวางผังพัฒนาเมืองได้ทั้ง 2 ระดับ ได้แก่ 1.  การใช้เกณฑ์สำหรับการกำหนดเป้าหมายในยุทธศาสตร์เมืองและภาค  ซึ่งสามารถนำเกณฑ์หลักทั้งหมดไปใช้พรอ้มกันหรือเลือกเฉพาะบางเกณฑ์หลักที่มีความเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่  เช่น การวางยุทธศาสตร์เมืองน่าอยู่ตามกลยุทธ์การพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD) ซึ่งสามารถนำเกณฑ์หลักทั้งหมดไปประยุกต์ใช้  หรือ การวางยุทธศาสตร์เมืองประหยัดพลังงานหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกซึ่งอาจจะนำเฉพาะกลยุทธ์ของ LEED ND ไปใช้เพียงอย่างดียวก็ได้ 2.  การใช้เกณฑ์สำหรับการออกแบบทางกายภาพโดยใช้เป็นแนวทางกำกับการออกแบบตามหลักวิชาการออกแบบชุมชนเมือง (Urban Design) เช่น  การออกแบบถนนสมบูรณ์ (Complete Streets) ในบริเวณใจกลางเมือง  ...

    Posted at ่16 ตุลาคม 2013 | By : | Categories : บทความน่ารู้ | 0 Comment
  • การออกแบบภูมิสถาปัตยกรรม

    ภูมิสถาปัตยกรรม (อังกฤษ: landscape architecture) อ่านออกเสียงว่า "พู-มิ-สะ-ถา-ปัด-ตะ-ยะ-กัม" เป็นศิลปะและวิทยาศาสตร์ว่าด้วยการออกแบบวางแผน การอนุรักษ์และจัดการพื้นที่ใช้สอยภายนอกอาคาร รวมทั้งพื้นที่บางส่วนภายในหรือบนดาดฟ้าอาคารเพื่อความผาสุก สวัสดิภาพและความปลอดภัยของประชาชน ลักษณะโดยรวม งานของภูมิสถาปนิกอาจครอบคลุมตั้งแต่การสรรค์สร้างสวนสาธารณะและถนนอุทยานไปจนถึงการวางผังบริเวณกลุ่มอาคารสำนักงาน จากการออกแบบที่พักอาศัยไปจนถึงการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานของเมืองและการจัดการพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ หรือการฟื้นฟูภูมิทัศน์ที่เสียหาย เช่น เหมืองแร่เก่า บริเวณฝังกลบขยะ ภูมิสถาปัตยกรรมทับซ้อนกับการจัดสวน ก็จริง แต่จะเป็นงานวิชาชีพที่มีปัจจัยพิจารณาในการออกแบบและมีขอบเขตกว้างขวางกว่า ภูมิสถาปนิกทำงานในพื้นที่ภายนอกอาคารเกือบทุกชนิดและพื้นบางส่วนภายในหรือบนดาดฟ้าอาคาร ทั้งใหญ่และเล็ก ในเมืองและชนบท ทั้งด้วยวัสดุ “แข็ง” (hardscape) / “นุ่ม” (softscape) ภูมิสถาปนิกทำงานครอบคลุม: คุณค่าที่สำคัญที่สุดของภูมิสถาปัตยกรรมมักเกิดขึ้นในช่วงแรกของการวางผังแม่บทโครงการ ช่วงที่อยู่ในระหว่างการระดมความคิดในการกลั่นกรองสิ่งที่ดีที่สุดเกี่ยวกับการสร้างสรรค์การใช้สอยพื้นที่ ภูมิสถาปนิกสามารถให้แนวคิดรวมและจัดเตรียมผังหลักเบื้องต้นที่แสดงให้เห็นรายละเอียดได้ชัดเจนและง่ายที่จะเข้าใจในขั้นต่อๆ มา ภูมิสถาปนิกสามารถจัดทำแบบก่อสร้างประกอบสัญญาจ้าง จัดทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้คำปรึกษา เป็นพยานผู้ชำนาญการในด้านการใช้ที่ดินเชิงนิเวศ นอกจากนี้ภูมิสถาปนิกยังสามารถจัดเตรียมเอกสารใบสมัครเพื่อการจัดหาแหล่งเงินลงทุนสำหรับโครงการด้วย ความชำนาญเฉพาะในงานภูมิสถาปัตยกรรม นักออกแบบภูมิสถาปัตยกรรมและวิศวกรสำรวจ เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรทางกายภาพที่มีอยู่ และที่มีความสัมพันธ์กับองค์ประกอบทางกายภาพที่มนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น เป็นผู้วางแผนผัง กำหนดจัดวาง คาดการณ์การใช้งานอย่างเป็นเหตุ-ผล เป็นผู้ที่รู้ซึ้งถึงความสัมพัน์ระหว่างการจัดวางองค์ประกอบทางธรรมชาติและกิจกรรมให้เกิดประโยชน์ มีความเหมาะสม ทั้งรู้ทรงของพื้นที่ ที่ว่าง ตลอดจนรักษาไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดี ...

    Posted at ่16 ตุลาคม 2013 | By : | Categories : บทความน่ารู้ | 0 Comment
  • Posted at ่16 ตุลาคม 2013 | By : | Categories : ข่าวสาร | 0 Comment
  • วัตถุประสงค์ของโครงการจัดทำฐานข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อการวางผังอนุภาคฯ

    วัตถุประสงค์ของโครงการ 1) เพื่อจัดทำฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการวางผังอนุภาค ได้แก่ ด้านการปกครอง ด้านกายภาพ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านประชากรและแรงงาน ด้านการบริการสังคม ด้านระบบเมืองและการ ตั้งถิ่นฐานของชุมชน ด้านสังคมและวัฒนธรรม ด้านเศรษฐกิจ ด้านเกษตรกรรม ด้านอุตสาหกรรม ด้านการค้าและบริการ ด้านการท่องเที่ยว ด้านการใช้ประโยชน์ที่ดิน ด้านการคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และด้านพื้นที่เสี่ยงภัย 2) เพื่อการออกแบบระบบฐานข้อมูลการวางผังอนุภาค ที่ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) และระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (MIS) โดยสามารถใช้ประมวลผลร่วมกับฐานข้อมูลผังประเทศ ผังภาค และฐานข้อมูลอื่น ๆ ของกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ 3) เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลรายสาขา ทั้งเชิงพื้นที่ เชิงปริมาณ เชิงคุณภาพ ที่จะนำไปสู่การบูรณาการผลการวิเคราะห์ข้อมูลในการวางผังอนุภาคด้วยระบบ สารสนเทศ 4) เพื่อนำระบบสารสนเทศที่ได้ออกแบบและจัดทำไปใช้ประกอบการตัดสินใจในขั้นตอน การวางผังอนุภาคให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด พื้นที่โครงการ 1) พื้นที่ศึกษาครอบคลุมพื้นที่กลุ่มจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง และพื้นที่เขตอิทธิพลที่เกี่ยวเนื่องในระดับกลุ่มจังหวัด ภาค และประเทศ รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ที่เชื่อมโยงกับต่างประเทศ 2) พื้นที่วางผังครอบคลุมพื้นที่อาณาเขตการปกครองของพื้นที่กลุ่มจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง

    Posted at ่16 ตุลาคม 2013 | By : | Categories : โครงการ | 0 Comment
  • ขอบเขตของการศึกษาโครงการจัดทำฐานข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อการวางผังอนุภาคฯ

    ขอบเขตของการศึกษาโครงการจัดทำฐานข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อการวางผังอนุภาคกลุ่มจังหวัดจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง 1.  หลักการเหตุผลของโครงการ กลุ่มพื้นที่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง หรือกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน เป็นกลุ่มจังหวัดที่มีทรัพยากรต้นทุนที่มีศักยภาพหลากหลาย อีกทั้งยังถูกกำหนดบทบาทให้มีความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางด้านต่าง ๆ ทั้งในระดับนานาชาติ ระดับประเทศหรือในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงอนุรักษ์ เชิงสุขภาพ เชิงประชุมสัมมนา หรือเชิงนิทรรศการ และเชิงประวัติศาสตร์ การเป็นศูนย์กลางการเกษตรครบวงจร การเกษตรแผนใหม่ ศูนย์กลางอุตสาหกรรมสะอาด ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ที่สามารถรองรับบทบาทการเป็นประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศในเอเชียใต้ เป็นต้น ซึ่งศักยภาพเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นกับอนุภาค จึงจำเป็นต้องมีการวาง-ผังพัฒนาพื้นที่ในระดับอนุภาคเพื่อกำหนดกิจกรรมการใช้ประโยชน์ที่ดินและการวางแผนระบบ-โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ อย่างเหมาะสมเพื่อรองรับการพัฒนาและการขยายตัวของชุมชนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน การวางและจัดทำผังอนุภาคเป็นกระบวนการดำเนินงานที่ต่อเนื่องจากการจัดทำฐานข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการวางผังอนุภาค ในปี พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นการนำฐานข้อมูลและผลการศึกษาวิเคราะห์มาใช้ในการวางแผนพัฒนาพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพื่อให้เกิดผลสู่การนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยการกำหนดวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ในด้านต่าง ๆ และผังพัฒนาพื้นที่ที่สำคัญตามพื้นที่ยุทธศาสตร์ ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุดในการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน การส่งเสริมพื้นที่เศรษฐกิจ การจัดระบบเมืองและคมนาคมขนส่ง โดยมีมาตรการส่งเสริมและควบคุมการใช้พื้นที่ทั้งการพัฒนาและอนุรักษ์ให้มีประสิทธิภาพเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเหมาะสม และผลักดันให้เกิดการพัฒนาและประสานความร่วมมือกันระหว่างจังหวัด ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองและชนบทอย่างมีดุลยภาพและยั่งยืน 2. วัตถุประสงค์ของโครงการ 1) เพื่อจัดทำผังอนุภาคให้เป็นกรอบการพัฒนาพื้นที่โดยรวม ชี้นำแนวทางการพัฒนาพื้นที่ให้กับจังหวัด เมือง และชุมชน เพื่อให้เกิดการประสานความร่วมมือในการพัฒนาพื้นที่ระหว่างจังหวัดได้อย่างเป็นระบบและยั่งยืน 2) เพื่อจัดทำผังยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาอนุภาคและเป้าหมายที่กำหนด พร้อมแนวทางการพัฒนา มาตรการกำกับและส่งเสริมให้เกิดการพัฒนา 3) เพื่อกำหนดแผนงานโครงการพัฒนาพื้นที่ตามผังยุทธศาสตร์แต่ละด้าน และจัดลำดับความสำคัญตามระยะแผนการพัฒนาพื้นที่ 4) เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของการพัฒนาพื้นที่ร่วมกันระหว่างจังหวัดในกลุ่มอนุภาค      ให้สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้อย่างเป็นรูปธรรม และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน 3. พื้นที่โครงการ 1) พื้นที่ศึกษาครอบคลุมพื้นที่กลุ่มจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง ...

    Posted at ่16 ตุลาคม 2013 | By : | Categories : โครงการ | 0 Comment
  • โครงการจัดทำฐานข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อการวางผังอนุภาคกลุ่มจังหวัดจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง

    กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินโครงการจัดทำฐานข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อการวางผังอนุภาคกลุ่ม จังหวัดจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง การดำเนินโครงการดัง กล่าวมีความสำคัญในการถ่ายทอดนโยบายการพัฒนาพื้นที่จาก ผังประเทศและผังภาครวมทั้งยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัด โดยบูรณาการผลการวิเคราะห์ข้อมูลในสาขาต่างๆ เพื่อนำไปกำหนดกรอบนโยบาย ยุทธศาสตร์ และเป้าหมายการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ประชากร สังคม การพัฒนาพื้นที่ ความเชื่อมโยงของระบบเมืองและชนบท จากกรอบของนโยบายในการวางและจัดทำผังประเทศและผังภาคโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองที่มุ่งเน้นการบูรณาการการพัฒนาพื้นที่ในด้านระบบเมืองและชุมชน การใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบการคมนาคมและขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดความสมดุลของการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ และการกำหนดพื้นที่ในการพัฒนาให้เหมาะสมสอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาของ ประเทศ อย่างไรก็ตามเพื่อให้นโยบายในการวางและจัดทำผังประเทศและผังภาคสามารถนำไป สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ ทั้งในระดับกลุ่มจังหวัด จังหวัด และชุมชนได้ การวางและจัดทำผังอนุภาคจึงเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ในการแปลงแผน และนโยบายการพัฒนาพื้นที่ ลงสู่การปฏิบัติ สามารถสะท้อนความต้องการของพื้นที่ และเกิดการพัฒนาที่สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงในทุก ๆ ด้านโดยรวม อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงประสานการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นทั้งภายในและภาย นอกกลุ่มจังหวัดได้ กลุ่มพื้นที่จังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง หรือกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ถูกกำหนดบทบาทให้มีความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางด้านต่าง ๆ ทั้งในระดับนานาชาติ ระดับประเทศหรือในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัดด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงอนุรักษ์ เชิงสุขภาพ ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ที่สามารถรองรับบทบาทการเป็นประตูเชื่อมโยงเศรษฐกิจเอเชียใต้ เป็นต้น ผลที่ได้รับจากโครงการ 1) ระบบฐานข้อมูลในการวางผังอนุภาคที่ทันสมัย ปรับปรุงได้ ...

    Posted at ่16 ตุลาคม 2013 | By : | Categories : โครงการ | 0 Comment
  • รับสมัครพนักงาน

    จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป เพศหญิง หากมีประสบการณ์จะพิจารณาพิเศษ 1. ตำแหน่งนักผังเมือง 1 ตำแหน่ง 2. ตำแหน่งนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม 1 ตำแหน่ง ติดต่อ คุณอังสนา เอี่ยมสมบูรณ์ ที่ตั้ง บริษัท โมดัส คอนซัลแท้นส์ จำกัด 48/161-162 ถ.รามคำแหง 104 แขวงสะพานสูง เขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร 10240 โทร 02-7294287-9 หรือ 08-1750-0115 Email [email protected]

    Posted at ่16 ตุลาคม 2013 | By : | Categories : ข่าวสาร | 0 Comment